สถานการณ์ขนส่งสินค้าทางเรือ-ทางอากาศ-ผลกระทบตะวันออกกลาง-2026

อัปเดทสถานการณ์ขนส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศ มีนาคม 2026: ผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ค่าระวาง & คำแนะนำสำหรับผู้นำเข้า-ส่งออก

สถานการณ์การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (International Freight) ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเส้นทางที่ผ่านทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ส่งผลให้ค่าระวางเรือ (Sea Freight Rate) และค่าระวางอากาศ (Air Freight Rate) ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก บทความนี้ Planet Inter Logistics ในฐานะ Freight Forwarder ชั้นนำ ขอสรุปสถานการณ์ล่าสุดพร้อมคำแนะนำสำหรับผู้นำเข้า-ส่งออกไทยครับ

สถานการณ์การขนส่งสินค้าทางเรือ (Sea Freight) มีนาคม 2026

พื้นที่ระวางและตู้สินค้าตึงตัวทั่วโลก

ปัจจุบันเกิดภาวะขาดแคลนพื้นที่ระวาง (Shipping Space) และตู้สินค้า (Container) ทั่วโลก เป็นผลโดยตรงจากการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือไปทางแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ซึ่งทำให้ระยะเวลาเดินเรือยาวนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และต้องจัดสรรเรือใหม่เพื่อรองรับการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ผู้นำเข้า-ส่งออกไทยที่ใช้บริการ Sea Freight ควรวางแผนจองระวางล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ความล่าช้าและตารางเดินเรือ: Direct Route vs Transshipment

จากการติดตามของทีมงาน Freight Forwarder พบว่าสถานการณ์แตกต่างกันขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้:

ประเภทเส้นทาง

สถานะ

ความล่าช้า

Direct Route (สายตรง)

ค่อนข้างเสถียร

ล่าช้าเพียงเล็กน้อย

Transshipment (ถ่ายลำ)

แออัดท่าเรือ

ล่าช้าเพิ่ม 3–10 วัน

สำหรับเส้นทางยุโรป-ไทย มีข่าวดีว่าผู้ให้บริการหลายรายกำลังพิจารณากลับมาใช้เรือสายตรงมายังท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อหลีกเลี่ยงการถ่ายลำที่สิงคโปร์ โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนเมษายน นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้นำเข้าจากยุโรป

สถานการณ์การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) มีนาคม 2026

การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากสายการบินที่ยังให้บริการอยู่ต้องรองรับปริมาณสินค้ามหาศาลที่ไม่สามารถส่งผ่านสายการบินในตะวันออกกลางได้ ส่งผลให้:

  • เที่ยวบินเต็มและค่าระวางอากาศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง – สายการบินที่ยังเปิดให้บริการต้องแบกรับภาระสินค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่า Air Freight Rate ปรับตัวสูงขึ้นแทบทุกเส้นทาง
  • สายการบินหลัก เช่น EK, QR และ GF งดรับการจอง (Booking) – เนื่องจากไม่สามารถรับรองได้ว่าสินค้าจะถูกถ่ายลำที่ฐานบินหลัก (Homebase) ได้ตามปกติ ส่งผลโดยตรงต่อผู้ส่งออกที่ต้องการส่งสินค้าเร่งด่วน

ผู้ส่งออกที่มีสินค้าเร่งด่วน ควรปรึกษา Freight Forwarder ที่มีเครือข่ายสายการบินหลายราย เพื่อหาทางเลือกทดแทนที่เหมาะสมที่สุด ซึ่ง Planet Inter Logistics มีเครือข่ายสายการบินหลากหลายเส้นทางพร้อมให้คำปรึกษาในการหาทางเลือกที่ดีที่สุด

ค่าระวางและค่าธรรมเนียมพิเศษ (Freight Rates & Surcharges) ที่ต้องรู้

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้นำเข้า-ส่งออกต้องเตรียมรับมือคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมพิเศษ (Surcharges) ต่าง ๆ:

ประเภทค่าธรรมเนียม

รายละเอียด

Emergency Bunker Surcharge (EBS)

ค่าธรรมเนียมน้ำมันฉุกเฉิน เริ่มเก็บกลางเดือน มี.ค. 2026 ทั้งแบบ FCL และ LCL

War Risk Surcharge (WRS)

ประมาณ 1,500–3,500 USD สำหรับพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ

Emergency Freight Increase (EFI)

ค่าระวางฉุกเฉิน เส้นทางเอเชีย-ตะวันออกกลางบางเส้นทางราคาเพิ่มขึ้นถึง 100%

Fuel Surcharge (ทางอากาศ)

ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาเชื้อเพลิงโลก

จุดเฝ้าระวังพิเศษ: ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และท่าเรือกัลฟ์

การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เผชิญกับการหยุดชะงักอย่างหนักจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและกองกำลังตะวันตก ส่งผลให้ค่าประกันภัยสงคราม (War Risk Insurance) พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และผู้ให้บริการหลายรายได้ระงับการจองสินค้าไปยังท่าเรือกลุ่มประเทศกัลฟ์ (Gulf Ports) ชั่วคราว หากธุรกิจของท่านมีการนำเข้า-ส่งออกไปยังพื้นที่ดังกล่าว ควรติดต่อ Freight Forwarder ของท่านเพื่อปรึกษาเส้นทางทางเลือกและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น

5 คำแนะนำสำหรับผู้นำเข้า-ส่งออกไทย รับมือสถานการณ์ค่าระวางผันผวน

  1. สำรองพื้นที่ระวางล่วงหน้า (Book Early) – โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมอย่างเช่น เอเชีย-ยุโรป ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์เพื่อให้ได้พื้นที่ที่ต้องการ
  2. ตรวจสอบค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนจอง (Verify Surcharges) – สอบถาม Freight Forwarder ของท่านเกี่ยวกับค่า EBS, WRS, EFI ล่าสุดก่อนตัดสินใจจอง
  3. เตรียมงบประมาณเพิ่มเติม (Budget Buffer) – ควรสำรองงบประมาณเพิ่มอีก 15–20% สำหรับรองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นกะทันหันในช่วงนี้
  4. พิจารณาเส้นทางทดแทน (Alternative Routes) – หากเส้นทางหลักไม่สามารถใช้ได้ ให้ปรึกษาทางเลือกอื่นกับ Freight Forwarder ของท่าน เช่น เส้นทางผ่านแหลมกู๊ดโฮป หรือการใช้ Multimodal Transport
  5. เลือก Freight Forwarder ที่มีประสบการณ์และเครือข่ายกว้าง – การทำงานกับ Freight Forwarder ที่มีเครือข่ายทั่วโลกและประสบการณ์ด้าน Logistics ช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ผันผวนได้ดียิ่งขึ้น

Planet Inter Logistics พร้อมช่วยคุณรับมือกับทุกสถานการณ์

Planet Inter Logistics Co.,Ltd ให้บริการครบวงจรทั้ง Sea Freight, Air Freight และ Customs Clearance พร้อมทีมงานมืออาชีพที่คอยอัปเดทสถานการณ์และค่าระวางให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หากท่านต้องการคำปรึกษาด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหรือต้องการใบเสนอราคาค่าขนส่ง ติดต่อเราได้ทันที:

  • โทรศัพท์: 02-361-8299-8302
  • Email: contact@planetinterlogistics.com
  • เว็บไซต์: www.planetinterlogistics.com